ฝังเข็มรักษาปวดหลัง
รักษาอาการปวดหลังเรื้อรัง หมอนรองกระดูกทับเส้น ปวดหลังส่วนล่าง โดยแพทย์จีนผู้เชี่ยวชาญ
รักษาปวดหลังเรื้อรัง
ไม่ต้องผ่าตัด
แพทย์จีนประสบการณ์สูง
ประเภทของอาการปวดหลังที่รักษาได้
การฝังเข็มสามารถรักษาอาการปวดหลังได้หลายประเภท
ปวดหลังส่วนล่าง
อาการปวดบริเวณเอวและหลังส่วนล่าง มักเกิดจากกล้ามเนื้อเกร็ง นั่งนาน หรือยกของหนัก
หมอนรองกระดูกทับเส้น
อาการปวดร้าวลงขา มีอาการชาหรืออ่อนแรง เกิดจากหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท
ปวดหลังส่วนบน
อาการปวดบริเวณหลังส่วนบนใต้สะบัก มักสัมพันธ์กับการนั่งทำงานผิดท่า
ปวดหลังเรื้อรัง
อาการปวดหลังที่เป็นมานานกว่า 3 เดือน อาจเกิดจากหลายสาเหตุร่วมกัน
สาเหตุของอาการปวดหลัง
ปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการปวดหลัง
นั่งทำงานนาน ๆ ผิดท่า
ยกของหนักไม่ถูกวิธี
ขาดการออกกำลังกาย
น้ำหนักเกิน
หมอนรองกระดูกเสื่อม
กล้ามเนื้อหลังอ่อนแรง
วิธีการรักษาด้วยการฝังเข็ม
การฝังเข็มช่วยรักษาอาการปวดหลังอย่างได้ผลและปลอดภัย
ฝังเข็มจุดเฉพาะ
กระตุ้นจุดฝังเข็มบริเวณหลังและเอว เพื่อคลายกล้ามเนื้อ ลดการอักเสบ และบรรเทาอาการปวด
ฝังเข็มไฟฟ้า
ใช้กระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ ผ่านเข็ม เพิ่มประสิทธิภาพการรักษาสำหรับอาการปวดเรื้อรัง
ฝังเข็มร่วมกับครอบแก้ว
ใช้การครอบแก้วเสริมการรักษา ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดและลดอาการเกร็ง
ประคบสมุนไพรร้อน
ใช้สมุนไพรจีนประคบร้อนหลังฝังเข็ม ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและลดการอักเสบ
ประโยชน์ที่คุณจะได้รับ
ลดอาการปวดอย่างรวดเร็ว
ไม่ต้องผ่าตัด
ปลอดภัยไม่มีผลข้างเคียง
ลดการพึ่งพายาแก้ปวด
ฟื้นฟูการเคลื่อนไหว
บทความที่เกี่ยวข้อง
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรักษาปวดหลัง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการรักษาปวดหลัง
ข้อมูลที่ผู้ป่วยต้องการทราบก่อนรับการรักษา
อาการปวดหลังเรื้อรังโดยทั่วไปต้องรักษา 8-12 ครั้ง อาการเฉียบพลันอาจดีขึ้นใน 3-5 ครั้ง แพทย์จะประเมินและวางแผนการรักษาตามความรุนแรงของอาการ
การฝังเข็มสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดและชาจากหมอนรองกระดูกทับเส้นได้ โดยช่วยลดการอักเสบ ผ่อนคลายกล้ามเนื้อรอบกระดูกสันหลัง และลดแรงกดต่อเส้นประสาท หลายคนสามารถหลีกเลี่ยงการผ่าตัดได้
การฝังเข็มเป็นการรักษาแบบไม่รุกราน ไม่ต้องพักฟื้นนาน ไม่มีความเสี่ยงจากการดมยาสลบหรือภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลองวิธีการรักษาแบบอนุรักษ์ก่อน
ควรสวมเสื้อผ้าที่สะดวกต่อการเข้าถึงบริเวณหลัง ไม่ควรมาท้องว่างหรืออิ่มเกินไป พักผ่อนให้เพียงพอ และแจ้งแพทย์หากมีโรคประจำตัวหรือกำลังรับประทานยาละลายลิ่มเลือด